วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หนีร้อน ท่องทะเลที่ เกาะเต่า


เกาะเต่า

เกาะเต่า



          อากาศร้อน ๆ ทีไร ทำไมหัวใจมักจะเรียกร้อง สายลม แสงแดดและเกลียวคลื่น ริมชายทะเลทุกทีก็ไม่รู้ แถมที่เที่ยวแต่ละแห่งก็น่าหลงใหล ชวนให้ลองเข้าไปสัมผัสด้วยตา รับรู้ด้วยหูกันเสียจริง เฮ้อ...เลยเลือกไม่ถูกกันเลยนะว่าจะไปเที่ยวชายทะเลที่ไหนดี? 
          แต่สำหรับใครที่ต้องการหนีความวุ่นวายในสังคมเมือง ไปสัมผัสเม็ดทรายริมชายหาด ท่องเที่ยวในดินแดนใต้ท้องทะเล ลองมาปลีกวิเวกไปเป็นชาวเกาะดูไหมคะ ตามจุดหมายปลายทางของเรา...เกาะเต่านี่เอง

 ความเป็นมา 

          เกาะเต่า อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะเต่ามีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว มีพื้นที่ 12,936 ไร่ ประกอบด้วยเกาะที่สำคัญด้วยกัน 2 แห่งคือ เกาะเต่าและเกาะนางยวน ห่างจากเกาะพะงันไปทางเหนือประมาณ 45 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ที่สุด เมื่อเทียบกับระยะห่างจากปากน้ำชุมพร 85 กิโลเมตร และห่างจากอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 120 กิโลเมตร  
          ด้วยความที่เป็นเกาะที่อยู่ไกลจากแผ่นดินใหญ่มาก ในอดีตบริเวณชายหาดจึงเต็มไปด้วยเต่าที่มาหาแหล่งวางไข่เป็นจำนวนมาก เพราะเงียบสงบและไม่มีใครมาอยู่อาศัย ภายหลังเมื่อเริ่มมีผู้คนเข้ามาทำกินบนเกาะและค้นพบแนวประการังที่งดงามรอบเกาะ จึงพัฒนากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นแหล่งดำน้ำที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ความสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเป็นแหล่งดำน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองโลกรองจากออสเตรเลีย  

เกาะเต่า

 เกาะเต่าในอดีต
 

          เหตุเพราะเกาะเต่านั้นอยู่ห่างไกลมาก ยากที่จะเดินทางไปถึง ทำให้ในอดีตช่วงหนึ่งของเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมืองเช่นเดียวกับเกาะตะรุเตา โดยส่วนใหญ่เป็นนักโทษการเมืองในคดีกบฏบวรเดช พ.ศ. 2476 และคดีพยายามก่อการกบฏ ใน พ.ศ. 2481   

          นักโทษที่ถูกคุมขังนั้นส่วนใหญ่อยู่ด้วยความลำบากเพราะน้ำจืดบนเกาะมีอยู่อย่างจำกัด ภายหลังมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ นักโทษที่ถูกจับกุมในคดีกบฏบวรเดช พ.ศ. 2476 และคดีก่อกบฏ ในปี พ.ศ.2481  แต่เดิมจึงได้รับการปลดปล่อยในราวปี พ.ศ. 2487 

 กิจกรรมท่องเที่ยวน่าสนใจบนเกาะ 

          บริเวณชายทะเลรอบเกาะเต่าถือว่าเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่มีหลากหลายมาก นักท่องเที่ยวที่ชอบดำน้ำจึงสามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น  
เกาะเต่า

           จุดดำน้ำที่เกาะเต่า
 

         1. กองหินชุมพร (Chumporn Pinnacle) เป็นกองหินใต้น้ำ ห่างจากเกาะเต่าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีความลึกสูงสุดประมาณ 30-40 เมตร เหมาะกับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์  

          2. หินใบ (Sail Rock) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะเต่า อยู่ตรงกลางระหว่างเกาะเต่ากับเกาะพะงัน เป็นกองหินที่โผล่พ้นน้ำ ความลึกประมาณ 24 เมตร มีฝูงปลาให้นักดำน้ำได้ศึกษาหลากหลายชนิด  

          3. กองหินตุ้งกู (South west pinnacle) เป็นกองหินใต้น้ำอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเต่าครับ ความลึกสูงสุดประมาณเกือบ 30 เมตร 

  เล่นน้ำริมหาด 

          หาดโฉลกบ้านเก่า อยู่ในเขตหมู่ที่ 3 เกาะเต่า เป็นอ่าวทางทิศใต้ของเกาะ หาดทรายเนียนขาวยาวราว 500 เมตร ล้อมรอบด้วยโขดหินสวยงาม และเป็นจุดดำน้ำที่นิยมเป็นอันดับสอง มีร้านดำน้ำหลายร้าน ที่พัก ร้านอาหาร บริษัททัวร์ บาร์บนถนนเส้นหลัก หาดสวยและเวลาน้ำลงจะสามารถนอนอาบแดดได้ เนื่องจากหาดโฉลกบ้านเก่าเป็นศูนย์รวมที่ดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะเต่า ทำให้มีเรือวิ่งเข้าออกตลอดทั้งวัน ทำให้หาดนี้ไม่ค่อยเงียบนัก เรือที่วิ่งเข้าออกทำให้น้ำขุ่น โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกของหาด
เกาะเต่า

          อ่าวหินวง เป็นอ่าวที่มีปลายแหลมทั้ง 2 ข้างโค้งเข้าหากัน อ่าวนี้จะไม่มีหาดทราย จะมีหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่เรียงรายทับซ้อนกันจนได้ชื่อว่า อ่าวหินวง อีกทั้งยังตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก จึงนับว่าอ่าวแห่งนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดบนเกาะเต่าก็ว่าได้ และมีเพียงรีสอร์ทที่เป็นบังกะโลไม่กี่แห่ง คุณสามารถนอนไกวเปลและชื่นชอบบรรยากาศสงบเงียบ 
เกาะเต่า

          แหลมเทียน เป็นหาดทรายขาวสวยงาม ริมหาดมีต้นไม้ชายทะเล ที่ชาวบ้านเรียกว่า "ต้นเทียน" ขึ้นเรียงรายตลอดหาด  เป็นแหลมเล็ก ๆ ความยาวประมาณ 350 เมตร มีก้อนหิน และหาดทราย มีคลื่นซัดเข้าฝั่งเมื่อมีลมพัดมาจากด้านตะวันออก มีคลื่นซัดและไอทะเลพัดเข้ามาทางด้านใต้ของแหลมเทียน ได้รับแสงอาทิตย์ทั้งวัน แหลมเทียนเป็นจุดที่ดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก รอบ ๆ หิน มีอุปกรณ์ดำน้ำให้ยืม และมีเรือคายักให้เช่า ทั้งนี้ หาดเทียน อาจถือได้ว่าเป็นจุดประวัติศาสตร์ของเกาะเต่า เพราะเป็นที่ตั้งของบังกะโลแห่งแรกของเกาะเต่า

เกาะเต่า

          อ่าวลึก อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเต่า โอบล้อมด้วยเชิงผาและแหลมหิน สถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่มีความสงบอีกแห่งหนึ่งของเกาะเต่า และเป็นอ่าวที่มีลักษณะโค้งเว้ามากที่สุดของเกาะเต่า จึงเป็นที่มาของชื่ออ่าว แต่เส้นทางที่จะไปนั้น ลำบาก เป็นถนนลูกรังและลาดชัน ต้องเช่ารถโฟร์วีลเท่านั้นจึงจะไปถึงที่หมายได้

          อ่าวมะม่วง เป็นอ่าวที่ไม่ติดกับอ่าวอื่น อยู่ทางตอนเหนือของเกาะเต่า มีระดับความลึก 10 เมตร ภูมิทัศน์เป็นผาหินสูงมีป่าเขียว ทำให้มองเห็นวิวของอ่าว สีน้ำฟ้าอมเขียวของอ่าวมะม่วงทำให้อยากไปว่ายน้ำและดำน้ำ เป็นจุดดำน้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะ มีรีสอร์ทหรูและแพงกว่าจุดอื่น ๆ บนเกาะเต่า อีกทั้งยังเป็นจุดที่นิยมไปเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก และพายเรือคายัก อย่างไรก็ตาม ถนนที่จะไปอ่าวมะม่วงไม่ค่อยได้รับการดูแล ดังนั้นวิธีที่จะเดินทางไปอ่าวมะม่วงได้ดีที่สุดคือใช้เรือหางยาว
เกาะเต่า

          หาดทรายรี ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะเต่า เป็นหาดที่ยาวที่สุดในเกาะเต่า ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร และมีแนวฝั่งเชิงเขาต่อเนื่องอีก 1 กิโลเมตร เกือบจะอยู่ตรงข้ามเกาะนางยวน ซึ่งเป็นที่ที่มีแหล่งบันเทิงทางด้านใต้ของหาด  ตอนเย็น ๆ จะมีแหล่งบันเทิงที่ค่อนข้างมีเสียงดัง สำหรับคนที่นอนหลับยากควรจะเลือกที่พักด้านเหนือของหาด อีกทั้งน้ำยังตื้น ทำให้สามารถเดินไปได้ไกลโดยที่ระดับแค่เอว จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำ ชมอาทิตย์อัสดง 
เกาะเต่า

           ลานหิน จ.ป.ร.

          ลานหิน จ.ป.ร. ตั้งอยู่บริเวณหาดทรายรีทางด้านตะวันตกของเกาะเต่า เป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้บนแผ่นหินครั้งเสด็จประพาสที่เกาะเต่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 1899 นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเกาะเต่าตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนปัจจุบัน 
เกาะเต่า

           จุดชมวิว จอห์น-สุวรรณ
 

          ตั้งอยู่บริเวณอ่าวโฉลกบ้านเก่า ด้านทิศใต้บนเกาะเต่า ใช้เวลาในการเดินเท้าไม่เกิน 20 นาที เส้นทางเดินเท้าสู่จุดชมวิวนั้นค่อนข้างรกและชัน จุดชมวิวนี้จะมองเห็นโค้งอ่าวเทียนออก ที่เว้าเกือบจรดกับอ่าวโฉลกบ้านเก่า ทำให้จุดชมวิวนี้งดงามมากคล้ายกับเกาะพีพีดอน 
เกาะเต่า

ทิปส์ท่องเที่ยว

           การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บนเกาะเต่า ผู้ขับขี่ต้องมีความชำนาญในการขี่ และควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากสภาพทางบางช่วงค่อนข้างสูงชันและอันตราย เช่น ทางไปอ่าวลึก และทางบางเส้นเป็นถนนลูกรัง และควรเลือกเช่ารถจากร้านที่น่าเชื่อถือ โดยสอบถามได้จากที่พักที่ใช้บริการ เนื่องจากรถของร้านเช่าบางแห่งอาจมีสภาพที่ไม่ดี เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ หรือทางร้านอาจเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถเป็นจำนวนเงินมากในภายหลังได้

           การเดินขึ้นสู่จุดชมวิวจอห์น-สุวรรณต้องผ่านป่ารกและบางช่วงสูงชัน ผู้ที่ต้องการเดินขึ้นจึงควรใส่รองเท้าผ้าใบและเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการเดินป่า และควรมีผู้นำทางที่ชำนาญในเส้นทางไปด้วย เนื่องจากเส้นทางไม่ชัดเจน หากไปเองอาจหลงทางได้

           ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับท่องเที่ยวเกาะเต่า คือ เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
เกาะเต่า
 การเดินทางไปเกาะเต่า   
          เรือด่วน (express boat) บริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง มี 3 เส้นทาง คือ
          
เกาะสมุย - เกาะเต่า ระยะทาง 74 กิโลเมตร มีเรือออกจากเกาะสมุย ที่ท่าเรือหน้าทอน เวลา 09.00 น. และ 11.00 น. และจะแวะพักรับผู้โดยสารที่เกาะพะงัน เวลา 10.00 น., 12.00 น. เป็นเวลา 20 นาที และเดินทางต่อไปยังเกาะเต่า ค่าโดยสารคนละ 350 บาท

          
เกาะพะงัน - เกาะเต่า ระยะทาง 45 กิโลเมตร  เรือออกจากเกาะพะงัน (ท่าเรือท้องศาลา) เวลา 12.00 น. ถึงเกาะเต่า (ท่าเรือบ้านแม่หาด) เวลา 13.30 น. ค่าโดยสารคนละ 250 บาท

          
ชุมพร - เกาะเต่า ระยะทาง 75 กิโลเมตร เรือออกจากท่าเรือท่ายาง ชุมพร เวลา 07.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 09.30 น. และเรือออกจากเกาะเต่า เวลา 14.30 น. ถึงชุมพร เวลา 17.30 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท

          
สอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง กรุงเทพฯ โทร. 0-2280-7897 ชุมพร โทร. 0-7750-6205 เกาะเต่า โทร. 0-7745-6274 ท่าเรือเกาะพะงัน โทร. 0-7737-7096          เรือนอน ให้บริการ 2 เส้นทาง คือ
          
ชุมพร – เกาะเต่า เรือออกจากท่าเรือท่ายาง จังหวัดชุมพร เวลา 24.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 06.00 น. ค่าโดยสารคนละ 200 บาท

          
เกาะเต่า - ชุมพร เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 10.00 น. ถึงชุมพร เวลา 15.00 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท

          
สุราษฎร์ธานี - เกาะเต่า เรือออกจากท่าเรือเทศบาล จังหวัดสุราษฎร์ธานี เวลา 02.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 08.00 น. ค่าโดยสารคนละ 250 บาท

          
เกาะเต่า - สุราษฎร์ธานี เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 21.00 น. ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เวลา 05.00 น. ค่าโดยสารคนละ 250 บาท 

          
เรือธรรมดา 

          
เกาะเต่า - เกาะพะงัน มีบริการวันละ 1 เที่ยว เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 14.30 น. ขากลับจากเกาะพะงัน มีเรือออกเวลา 12.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 250 บาท

          
เรือเร็ว (Speed Boat) 
          
เกาะสมุย - เกาะเต่า เรือออกจากเกาะสมุย เวลา 08.30 น. และ 12.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 10.00 น. และ 13.30 น. ค่าโดยสารคนละ 550 บาท

          
เกาะพะงัน - เกาะเต่า เรือออกจากเกาะพะงัน (ท่าเรือท้องศาลา) เวลา 09.00 น. และ 12.30 น. ถึงเกาะเต่า (ท่าเรือบ้านแม่หาด) เวลา 10.00 น. และ 13.30 น. ค่าโดยสารคนละ 350 บาท และ 250 บาท
 
          ชุมพร - เกาะเต่า เรือออกจากชุมพร เวลา 07.30 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 09.30 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท 

          เกาะเต่า - เกาะพะงัน เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 09.00 น. และ 15.00 น. ถึงเกาะพะงัน เวลา 10.00 น. และ 16.00 น. ค่าโดยสารคนละ 350 บาท และ 250 บาท

          
เกาะเต่า - ชุมพร เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 10.30 น. ถึงท่าเรือท่ายาง จังหวัดชุมพร เวลา 12.30 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท

          
เรือด่วนเอกวิญญ์ 

          ชุมพร - เกาะเต่า เรือออกจากชุมพร เวลา 07.30 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 10.30 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท 

          
เกาะเต่า - ชุมพร เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 11.00 น. ถึงท่าเรือเอกวิญญ์ (เชิงสะพานท่ายาง) จังหวัดชุมพร เวลา 14.00 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท

          
สอบถามข้อมูลการเดินเรือได้ที่ บริษัท เอกวิญญ์ จำกัด โทร. 0-7650-1821 
          
เรือเร็วลมพระยา 

          
บริการเดินเรือเส้นทาง ชุมพร – เกาะเต่า – เกาะพะงัน - เกาะสมุย วันละ 1 เที่ยว ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.0-7745-6176 (สาขาเกาะเต่า) หรือที่สำนักงานกรุงเทพฯ โทร.0-2629-2569-70 

อ้างอิง https://travel.kapook.com/view640.htm
l

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

5 ที่เที่ยวสุดฮิต ฉะเชิงเทรา สนุกได้ทั้งปี

10 ที่เที่ยวสุดฮิต ฉะเชิงเทรา สนุกได้ทั้งปี

1.ตลาดโบราณนครเนื่องเขต เดิมชื่อ " ตลาดสี่แยกท่าไข่ " เป็นตลาดเก่าที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันมีร้านค้าขายอาหารน่ากินมากมาย ทำให้ผู้มาเยือนสนุกอิ่มเอมกับบรรยากาศสบายๆ ท่ามกลางวิถีชีวิตริมน้ำของชาวบ้าน
                              

2.ตลาดคลองสวน 100 ปี ตลาดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับตลาดแบบไทยจีนที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้มาพักผ่อน ด้วยรอยยิ้มน่ารักๆ ของพ่อค้าแม่ขาย
                             

3.วัดนครเนื่องเขต เดิมชื่อ วัดต้นตาล วัดแห่งนี้มีโบสถ์ที่สวยงามทำจากกระเบื้องเคลือบดินเผาทั้งหลัง และเราสามารถลอดใต้โบสถ์ พร้อมปิดทองลูกนิมิตที่อยู่ใจกลางโบสถ์ เชื่อว่าหากมาวัดนี้ต้องอิ่มบุญอิ่มใจอย่างแน่นอน
                                 

4.วัดชมโพธยาราม ตั้งอยู่ในตำบลโสธร หากใครได้มาวัดนี้เปรียบเหมือนได้ไปชมสังเวชนียสถานทั้ง 4 ที่อยู่ในต่างประเทศ เพราะที่นี่ได้จำลองทั้งหมดมาไว้ในวัดเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมเทศนา และปรินิพพาน แต่ที่เป็นจุดเด่นของวัดนี้ก็คือ "เจดีย์พุทธคยา" ซึ่งได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน
                                        

5.เกาะนก แหล่งศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนในตำบลท่าข้าม บริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง มาที่นี่สามารถชมโลมาอิรวดีที่จะมาว่ายน้ำอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตาตื่นใจแบบใกล้ชิดในช่วงของเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ของทุกปี 
                                     



5 สถานที่เที่ยวแนะนำในเชียงราย

                                      5 สถานที่เที่ยวแนะนำในเชียงราย


                                                                         ไร่บุญรอด
                                          
 หรือที่หลายคนเรียกว่า สิงห์ ปาร์ค แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตประจำเชียงราย ไม่ว่าใครก็ต้องแวะมาเที่ยว มีเนื้อที่กว่า 8,000 ไร่ มีพื้นที่เพาะปลูกพืชหลากชนิด ทั้งชาอู่หลง, ยางพารา, พุทรา, รวมถึง ‘สตรอเบอร์รี่’ อีกหนึ่งสุดยอดผลไม้ที่มาพร้อมลมหนาว พอหมดฤดูกาลจะเปลี่ยนมาปลูกแคนตาลูปและมะเขือเทศแทน กลายเป็นการเกษตรแบบผสมผสานน นอกจากนี้ยังมีพืชผลไม้เมืองหนาวอีกหลากหลายชนิด 

                                                                  พระธาตุดอยตุง
                                           
 ปูชนียสถานสำคัญ ทีประดิษฐานพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า เมื่อถึงเทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุง จะมีพุทธศาสนิกชนชาวไทยและเพื่อบ้านจากประเทศใกล้เคียง เช่นชาวเชียงตุงในรัฐฉาน ประเทศพม่า, ชาวหลวงพระบางจากเวียงจันทร์ เดินทางเข้ามานมัสการทุกปี

                                          พระตำหนักดอยตุง & สวนแม่ฟ้าหลวง
                                          
‘พระตำหนักดอยตุง’ แต่เดิมเป็นที่แปรพระราชฐานเพื่อทรงงาน มีรูปทรงผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของสวิตเซอร์แลนด์ มีการแกะสลักไม้ตามกาเล ขอบหน้าต่างโดยช่างฝีมือชาวเหนือ รอบพระตำหนักเป็นสวนดอกไม้หลากหลายพันธุ์ ให้ความสดชื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว จะมองเห็นเป็นหมอกขาวจางๆบริเวณยอดเขารอบพระตำหนัก เป็นภาพที่สวยงามและประทับใจมาก

                                                              วัดร่องขุ่น
                                          
แลนด์มาร์กประจำจังหวัดเชียงราย ใครนึกถึงจังหวัดนี้ก็ต้องนึกถึงวักร่องขุ่นค่ะ ที่นี่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่นนั่นคือ พระอุโบสถสีขาว ตกแต่งด้วยลวดลายกระจกสีเงินแวววาว เป็นชั้นเชิงลดหลั่นกันไป ประดับด้วยจิตกรรมฝาผนังและห้องแสดงภาพวาดน่าสนใจอีกมากมาย นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างปรารถนามาเยือนวัดแห่งนี้สักครั้งในชีวิต

                                                              ดอยแม่สลอง
                                             
 ดอยที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะที่นี่เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์เล็กที่สุด สีชมพูอมขาวบานสะพรั่งตลอดแนวทาง นับเป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีไร่ชาและวีธีการผลิตชา ขี่ม้าชมทิวทัศน์รอบหมู่บ้าน เรียกว่ามาเที่ยวที่นี่ได้ความสุขกลับไปครบรส

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

10 เกาะในภาคาใต้

10 เกาะในภาคาใต้


1. เกาะตาชัย
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
เกาะตาชัยได้รับการผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติสิมิลันในปี พ.ศ. 2541  ความงดงามของเกาะตาชัยอยู่ที่น้ำทะเลสีฟ้าใสและหาดทรายที่ขาวบริสุทธิ์ยาวกว่า 700 เมตร ซึ่งเกาะตาชัยเพิ่งเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเมื่อไม่นานมานี้ สภาพธรรมชาติบนเกาะและในทะเลจึงยังคงความสวยงามเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลใส และความสมบูรณ์ของปะการัง มีปลาการ์ตูน ปลานกแก้ว ปลาสิงโตฯ

2. เกาะกระดาน
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
เกาะกระดาน เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน โดยเกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการัง ซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์ บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชนและกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนการเดินทางสามารถเช่าเรือจากท่าเรือปากเมงหรือท่าเรือเจ้าไหม ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที

3. เกาะเหลาเหลียง
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
เกาะเหลาเหลียง อยู่ในท้องที่อำเภอปะเหลียน ห่างจากแหลมตะเสะ จังหวัดตรัง ประมาณ 18 กิโลเมตร สามารถลงเรือได้จากอำเภอปะเหลียนหรือที่อำเภอกันตังก็ได้ โดยใช้เวลาเดินทางโดยเรือประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที เป็นหนึ่งในหมู่เกาะของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีหาดทรายของเกาะหันหน้าสู่ด้านตะวันออก ตามหน้าหาดจะมีปะการังน้ำตื้น บางส่วนโผล่พ้นน้ำขึ้นมาอวดความงามยามเมื่อน้ำลง และด้วยเหตุที่เกาะอยู่ใกล้ปากอ่าวจึงได้รับอิทธิพลของตะกอนจากปากน้ำกันตังและปะเหลียน ทำให้น้ำทะเลไม่ใสนัก จึงไม่เหมาะสำหรับการดำน้ำ คงมีเพียงการเดินเล่นชายหาด ถ่ายรูป ชมปะการังน้ำตื้น แต่ความเงียบสงบก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ดึงดูดนักเดินทางได้เป็นอย่างดี สำหรับที่พักบนเกาะก็มีบริการ เช่น Laoliang Island 

4. เกาะไข่นอก 
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
เกาะไข่นอก เป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา และอยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มากนัก มีหาดทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ด้านหน้าของเกาะ เหมาะแก่การนอนอาบแดด และมีสันทรายเล็ก ๆ เชื่อมต่อไปถึงโขดหินแห่งหนึ่ง บริเวณนี้เป็นจุดที่ดีในการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น ซึ่งมีปะการังมากมายหลากหลายชนิดให้ชม มีปลาสวยงามแหวกว่ายรอให้นักท่องเที่ยวมาให้อาหาร แต่ถ้าใครไม่ได้เตรียมนำอุปกรณ์สำหรับดำน้ำมา บนเกาะมีบริการให้เช่า อีกทั้งบริเวณรอบเกาะสามารถลงเล่นน้ำได้ แต่ต้องคอยระวังคลื่นลมแรงบ้างเป็นบางวัน และสำหรับใครที่คิดจะไปค้างคืนก็สามารถทำได้ แต่บนเกาะไม่มีที่พักไว้บริการ นักท่องเที่ยวที่อยากจะพักแรมต้องนำเต็นท์มากางเอง ซึ่งบนเกาะไม่มีน้ำจืดให้ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวชอบที่จะไปตื่นตาตื่นใจชมความสวยของเกาะไข่นอกเพียงแค่ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น

5. เกาะพยาม 
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
กาะพยาม จังหวัดระนอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร อยู่ใกล้เกาะช้าง โดยมีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 160 ครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพารา และประมงชายฝั่ง กิจกรรมบนเกาะจะมีการตกปลา ขี่จักรยานรอบเกาะ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะพยามถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม ส่วนทางด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และมีชาวเล เผ่ามอแกนมาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง ซึ่งบนเกาะพยามมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว


6. เกาะลันตา 
 10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
 เกาะลันตา เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกระบี่ โดยเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และ เกาะลันตาน้อย แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดินเกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน

7. เกาะปันหยี 
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
 เกาะปันหยี ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา หมู่ 1 บ้านท่าด่าน ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น มีชุมชนชาวประมงโบราณกว่า 200 ปี ที่อาศัยพื้นที่ราบหลังเกาะปันหยีเป็นที่หลบฝน และตั้งหมู่บ้านน้อย ๆ ขึ้นมา โดยแต่ละบ้านจะยกพื้นสูงเหนือน้ำ ชาวบ้านทั้งหมดเป็นชาวมุสลิม และอุทิศที่ราบเล็ก ๆ ของเกาะปันหยีให้เป็นมัสยิด ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน หากนักเดินทางมาสัมผัสบนเกาะปันหยีแห่งนี้ จะได้ชมวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบชาวเลแท้ ๆ ที่มีศาสนาอิสลามหลอมรวมจิตใจผู้คน

8. เกาะคอเขา
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
 เกาะคอเขา ตั้งอยู่ในอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นเกาะขนาดเล็กยาวประมาณ 15 กิโลเมตร กว้างประมาณ 5 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำตะกั่วป่า มีลักษณะคล้ายสันทราย มีป่าไม้โกงกางทางด้านฝั่งตะวันออกของเกาะ ส่วนทางด้านฝั่งตะวันตกของเกาะหันหน้าออกสู่ทะเลอันดามัน ทางด้านเหนือของเกาะมีภูเขาเตี้ย ๆ ทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ นับเป็นเกาะที่ยังคงเงียบสงบ และยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่สูง เหมาะแก่การไปพักผ่อนชิล ๆ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งโบราณคดีที่สำคัญบนเกาะ โดยตั้งอยู่ในบริเวณที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ทุ่งตึก" หรือ "เหมืองทอง" เหตุที่เรียกเช่นนี้คงจะเป็นเพราะว่าในบริเวณนี้มีซากอาคารโบราณสถานอยู่ 3 แห่ง และในบริเวณนี้ยังได้พบฐานเทวรูปเหรียญเงินอินเดีย เศษทองคำ และผงทรายทอง ปัจจุบันโบราณสถานดังกล่าวถูกทำลายไป คงเหลือแต่เพียงซากของฐานก่ออิฐเพียงบางส่วนเท่านั้น

 9. เกาะไหง
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส

 เกาะไหง ที่อยู่ในเขตอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ แต่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มของทะเลตรัง เนื่องจากการเดินทางจากจังหวัดตรังสะดวกมากกว่า หาดทรายบนเกาะขาว น้ำทะเลใส มองเห็นปลาหลายพันธุ์หลากสี รอบเกาะปะการังยังสมบูรณ์ อีกทั้งบนเกาะมีที่พักเอกชนบริการหลายแห่ง ส่วนการเดินทางสามารถเช่าเรือจากท่าเรือปากเมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง  สนใจติดต่อบริษัทนำเที่ยวตรัง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานตรัง (ตรัง สตูล) โทรศัพท์ 0 7521 5867, 0 7521 1058

10. เกาะจำ เกาะปู
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส
 เกาะปู เกาะจำ อยู่ในเขตตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ อยู่ใกล้กับเกาะศรีบอยา ใช้เวลาในการเดินทางจากเกาะศรีบอยาทางเรือโดยสารประมาณ 1 ชั่วโมง ประกอบไปด้วย 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านเกาะปู หมู่บ้านเกาะจำ และหมู่บ้านติงไหร ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพาราและประมง ด้วยลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่น เพราะมีหาดทรายที่ค่อนข้างยาวผิดกับบริเวณชายหาดของเกาะอื่น ๆ อีกทั้งวิถีชีวิตของชุมชนที่ยังคงแบบดั้งเดิมไว้ไม่เสื่อมคลาย ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าสนใจ

วัดพระแก้ว



วัดพระแก้ว

  วัดพระแก้ว ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเมืองไทย ถ้าใครได้เห็นภาพของวัดพระแก้วก็จะรู้ทันทีว่าที่นี่คือกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ซึ่งความสวยงามของวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง ทำให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างต้องการที่จะมาเห็นที่นี่ด้วยตาตัวเองสักครั้ง แต่บางท่านยังไม่ทราบถึงข้อปฏิบัติต่าง ๆ ในการเข้าชมวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง 

          ข้อควรรู้และข้อปฏิบัติที่ควรทราบเกี่ยวกับวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง ดังนี้

          ●  1. วัดพระแก้ว มีชื่อเรียกทางการว่าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
         ●  2. วัดพระแก้วเป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวัง ตั้งอยู่มุมพระบรมมหาราชวังด้านตะวันออก ในเขตพระราชฐานชั้นนอกของพระบรมมหาราชวัง ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศิลปากร ถนนหน้าพระลาน ข้างสนามหลวง กรุงเทพมหานคร
         ●  3. วัดพระแก้ว ในภาษาอังกฤษเรียกว่า The Temple of the Emerald Buddha และพระบรมมหาราชวังเรียกว่า The Grand Palace
       ●   4. พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วสถาปนาขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในปี พ.ศ. 2325
          ●  5. ต้องแต่งกายสุภาพเพื่อเข้าชม อาทิ เสื้อแขนยาว, เสื้อแขนสั้น (ไม่ใช่แขนกุด, เสื้อกล้าม หรือเกาะอก) กางเกงขายาว, กระโปรงคลุมหัวเข่า ฯลฯ
        ●  6. สำหรับนักท่องเที่ยวที่แต่งกายไม่สุภาพต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทางสำนักพระราชวังจัดให้ โดยผู้ชายจะมีเสื้อแขนสั้นและกางเกงขายาวให้ยืมเปลี่ยน ส่วนผู้หญิงจะมีเสื้อแขนสั้นและผ้านุ่งให้เปลี่ยน ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องเก็บใบสำเนาการยืมเสื้อผ้าของสำนักพระราชวังไว้ให้ดี ห้ามหาย เพราะต้องนำมาใช้ในการคืนเสื้อผ้า และรับเงินประกัน
         ●  7. หากใส่เสื้อผ้าไม่สุภาพมาเข้าชม ทางสำนักพระราชวังมีเสื้อผ้าให้ยืมเปลี่ยน โดยมีค่ามัดจำชิ้นละ 200 บาท (ไม่อนุญาตให้ใช้ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอในการปกปิดเสื้อแขนกุด)
      ●  8. นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าชมฟรี ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องซื้อตั๋วชุด ชุดละ 500 บาท/ท่าน โดยในตั๋วชุดจะสามารถเข้าชมได้ทั้งวัดพระแก้ว, พระบรมมหาราชวัง, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง, พระที่นั่งวิมานเมฆ และพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งตั๋วชุดนี้จะสามารถใช้ได้ภายใน 7 วัน เด็กที่ความสูงต่ำกว่า 120 เซนติเมตร เข้าชมฟรี
        ●  9. วัดพระแก้วเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ปิดการจำหน่ายตั๋วเวลา 15.30 น
     ●  10. นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปได้บริเวณด้านนอกพระอุโบสถและบริเวณที่ทางสำนักพระราชวังอนุญาต ภายในพระอุโบสถไม่สามารถถ่ายรูปได้ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับและยึดสื่อบันทึก
          ●  11. ทั้งวัดพระแก้วและเขตพระบรมมหาราชวังไม่อนุญาตให้บันทึกวิดีโอเพื่อการค้า รวมทั้งนักศึกษาที่ต้องการทำแบบสอบถามหรือบันทึกภาพและวิดีโอต่าง ๆ ต้องแจ้งให้ทางสำนักพระราชวังทราบล่วงหน้าและได้รับอนุญาตก่อนเท่านั้น
          ●  12. ห้ามใช้โดรน (Drone) ในการบันทึกภาพทุกรูปแบบบริเวณพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว
          ●  13. หากฝ่าฝืนกฎระเบียบด้านภาพถ่ายและวิดีโอ ทางสำนักพระราชวังมีสิทธิ์ที่จะลบภาพและเชิญนักท่องเที่ยวออกจากบริเวณพระบรมมหาราชวัง
 ●  14. ไปเที่ยววัดพระแก้ว ต้องไม่พลาดการเข้าไปไหว้ขอพรพระแก้วมรกต (พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร) ภายในพระอุโบสถ และชมภาพจิตรกรรมอันงดงาม
          ●  15. จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ พระอุโบสถ, ศาลาราย, พระศรีรัตนเจดีย์, ปราสาทพระเทพบิดร หรือพระพุทธปรางค์ปราสาท, พระมณฑป, หอมณเฑียรธรรม และพระเจดีย์ทอง 2 องค์ เป็นต้น
          ●  16. อนุญาตให้นำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปได้ แต่ต้องนั่งรับประทานในจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด และเก็บขยะให้เรียบร้อย
          ●  17. ไม่ส่งเสียงดัง เอะอะโวยวาย และก่อเหตุทะเลาะวิวาท

          ●  18. อยู่ใกล้ท่าเรือท่าช้าง สามารถนั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ท่าช้าง แล้วเดินมาที่วัดพระแก้วได้
          ●  19. ที่เที่ยวใกล้เคียง อาทิ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, ท่าเรือท่าพระจันทร์, ท่ามหาราช, ศูนย์การค้ายอดพิมาน, สนามหลวง, ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ และตลาดดอกไม้ปากคลองตลาด เป็นต้น

          ●  20. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักพระราชวัง โทรศัพท์ 0 2623 5500 ต่อ 3100 และเว็บไซต์ palaces.thai.net

วัดพระแก้ว


สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดตราด

             ป่าชายเลนบ้านนาในสลักเพชร - เกาะช้าง จ.ตราด
ป่าชายเลนบ้านนาในสลักเพชร หรือชื่อเต็ม โครงการพื้นฟูบูรณะป่าชายเลนบ้านนาในสลักเพชรตั้งอยู่บนเกาะช้างทางด้านฝั่งทิศตะวันออก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมศึกษาเส้นทางธรรมชาติ  ที่มีต้นไม้รู้ร่างแปลกตามากมาย ให้เราได้เพลินเพลินไปกับการถ่ายภาพ และนอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังโอบล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวที่ให้ความร่มรื่น ตัดกับทางเดินสะพานไม้สีแดงที่ทอดยาวให้เราได้เดินผ่านป่าออกไปถึงหน้าทะเล ใครที่ชอบการถ่ายภาพมาที่นี้รับรองฟินแน่นอน "ป่าชายเลนบ้านนาในสลักเพชร"
                                         5 ที่เที่ยวตราดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย ที่เที่ยวตราดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย,ที่เที่ยวป่าชายเลน,ที่เที่ยวเชิงนิเวศ,ป่าชายเลนบ้านนาในสลักเพชร - เกาะช้าง จ.ตราด,ลานตะบูน - ชุมชนบ้านท่าระแนะ จ.ตราด,นิเวศพิพิธภัณฑ์บ้านช้างทูน - ตราด,หาดทรายดำ - แหลมงอบ จ.ตราด,ล่องเรือชมธรรมชาติบ้านสลักคอก - เกาะช้าง จ.ตราด


                                ลานตะบูน - ชุมชนบ้านท่าระแนะ จ.ตราด
ลานตะบูน เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้หากมีโอกาสมาเที่ยวตราด เพื่อไปชมความมหัศจรรย์ของรากตะบูนที่แพร่ขยายไปทั่วพื้นที่กว่า 3 ไร่ ลักษณะของรากตะบูนจะมีความแข็งแรง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพื้นป่าชายเลนบริเวณนี้บนรากตะบูนได้แบบสบายๆ และนอกจากจะได้ชมความสวยงามแล้ว ภายในพื้นที่ยังมีการกิจกรรมน่ารักๆ ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันคิดอย่างการโยนโบว์ลิ่งลูกตะบูน และสำหรับการเดินทางนักท่องเที่ยวต้องไปขึ้นเรือที่บริเวณชุมชนบ้านท่าระแนะแล้วล่องเรือผ่านสามป่าไปตามสายน้ำเล็กๆ  ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เพื่อให้คุณเข้าไปชมความสวยงานของรากตะบูน นอกจากนี้ระหว่างเดินทางไปยังท่าเรือ  ยังมีชาร้อยรูให้นักท่องเที่ยวได้ชิมอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่น่าสนใจอีกแห่ง "ลานตะบูน - ชุมชนบ้านท่าระแนะ"
                                           5 ที่เที่ยวตราดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย ที่เที่ยวตราดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย,ที่เที่ยวป่าชายเลน,ที่เที่ยวเชิงนิเวศ,ป่าชายเลนบ้านนาในสลักเพชร - เกาะช้าง จ.ตราด,ลานตะบูน - ชุมชนบ้านท่าระแนะ จ.ตราด,นิเวศพิพิธภัณฑ์บ้านช้างทูน - ตราด,หาดทรายดำ - แหลมงอบ จ.ตราด,ล่องเรือชมธรรมชาติบ้านสลักคอก - เกาะช้าง จ.ตราด


                         นิเวศพิพิธภัณฑ์บ้านช้างทูน - ตราด 
นิเวศพิพิธภัณฑ์บ้านช้างทูน เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์นิเวศและวัฒนธรรม  ซึ่งชุมชนนี้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าชอง - ซัมเร ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อยู่อาศัยในจ.ตราดมายาวนาน อีกทั้งยังมีประเพณี วัฒนธรรมที่หลากหลายและหาชมยาก ซึ่งในปัจจุบันชุมชนนี้ได้ถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสมาเรียนรู้วิถีชีวิตแบบบ้านๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำสปาโคนขาว สปาสุ่มไก่ ร่อนพลอย รับประทานอาหารพื้นเมือง ทำยาดมสมุนไพรแบบบุฟเฟ่ และนอกจากนี้ยังได้นั่งรถสามล้อ หรือ ซาเล้งเจอร์ ชมวิวถนนสวยๆ ในชุมชนอีกด้วย "นิเวศพิพิธภัณฑ์บ้านช้างทูน" จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีโอกาสควรแวะมาสัมผัสดูสักครั้ง รับรองว่าคุณจะฟินไปกับการพักผ่อนแบบบ้านๆ 
                                                         5 ที่เที่ยวตราดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย ที่เที่ยวตราดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย,ที่เที่ยวป่าชายเลน,ที่เที่ยวเชิงนิเวศ,ป่าชายเลนบ้านนาในสลักเพชร - เกาะช้าง จ.ตราด,ลานตะบูน - ชุมชนบ้านท่าระแนะ จ.ตราด,นิเวศพิพิธภัณฑ์บ้านช้างทูน - ตราด,หาดทรายดำ - แหลมงอบ จ.ตราด,ล่องเรือชมธรรมชาติบ้านสลักคอก - เกาะช้าง จ.ตราด

                          หาดทรายดำ - แหลมงอบ จ.ตราด
หาดทรายดำ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสวงนแห่งชาติ ป่าแหลมมะขาม อ.แหลมงอบ
จ.ตราด  เป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของตราด เกิดขึ้นจากระบบนิเวศของธรรมชาติ ทำให้ชายหาดแห่งนี้มีลักษระเป็นสีดำซึ่งในปัจจุบันมีเพียง 5 แห่งในโลก สำหรับหาดทรายดำ เชื่อกันว่าสามารถนำมารักษาโรคได้ต่างๆ นานา ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้จึงถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และนอกจากจะได้ชมและสัมผัสกับความละเอียดนุ่มของทรายดำแล้ว ที่นี่ยังเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ  เพราะตลอดระยะทางเดินประมาณเกือบ 400 เมตร คุณจะได้เห็นสัตว์รูปร่างแปลกตามากมาย เช่น หอยขี้ค้อน ปูแสม ปูก้ามแดง และถ้าหากใครรู้สึกปวดๆ เมื่อยๆ เท้า ที่นี่ก็มีสปาเท้าหาดทรายดำให้คุณได้ผ่อนคลายกันอีกด้วย 
                                             5 ที่เที่ยวตราดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย ที่เที่ยวตราดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย,ที่เที่ยวป่าชายเลน,ที่เที่ยวเชิงนิเวศ,ป่าชายเลนบ้านนาในสลักเพชร - เกาะช้าง จ.ตราด,ลานตะบูน - ชุมชนบ้านท่าระแนะ จ.ตราด,นิเวศพิพิธภัณฑ์บ้านช้างทูน - ตราด,หาดทรายดำ - แหลมงอบ จ.ตราด,ล่องเรือชมธรรมชาติบ้านสลักคอก - เกาะช้าง จ.ตราด